[HQ!!] The Prince of Summer, Garigari-Kun [Asanoya]

Title: The Prince of Summer Garigari-Kun
Pairing: Asahi x Nishinoya
Rating: PG ก็พอค่ะ
Author: krobfrombigforest

Notes: เราเป็นคนซิมเปิ้ลคิดไม่ลึกเรื่องเลยออกมาจืดทำไงดีคะ ;v; // พอนิ้วแตะแป้นพิมพ์ชื่อของยูจังก็ไหลออกมา // ไม่ได้ตั้งใจจะเขียนคู่นี้เลยค่ะ อยากเขียนคู่อื่นบ้างจริงๆนะแต่หัวข้อนี้มันตรงกับพล็อตที่คิดไว้เล่นๆพอดีเลยเลยตามเลย งืออ

+

“นิชิโนยะ ฉันว่าพอเถอะ” อาซาฮีเอ็ดเมื่อมือเรียวดึงห่อพลาสติกสีสดออกจากไอศครีมหวานเย็นแท่งสีฟ้าอ่อน ริมฝีปากบางแดงฉ่ำด้วยความเย็นจากน้ำแข็งหากยังคงไม่ลังเลที่จะกัดการิการิคุงรสโซดาเข้าปากต่อไปก่อนทำเสียงฮึมฮัมอย่างพออกพอใจ

“อากาศมันร้อนก็ต้องกินไอติมสิอาซาฮีซัง!” อาซาฮีถูกลากออกจากบ้านมาโดยคนตัวเล็กในยามบ่ายวันเสาร์ที่ร้อนระอุผิดปกติวิสัยเพียงเพราะอีกฝ่ายค้นพบว่ากองกำลังเสริม (?) ยี่ห้อโปรดในตู้เย็นได้หมดลงและบุกมาที่บ้านของเขาเพื่อค้นพบว่าตู้เย็นที่บ้านนี้ก็ตกอยู่ในสถาณการณ์เดียวกัน เขาเองแอบหวังว่าทั้งคู่จะได้ใช้เวลาว่างพักผ่อนด้วยกันในห้องติดเครื่องปรับอากาศเย็นสบายแต่นิชิโนยะยืนยันว่าการไม่ได้กินการิการิคุงในฤดูร้อนก็เหมือนกับการไม่ยอมเอาโคทัตสึออกมาใช้ในฤดูหนาวซึ่งเขาไม่ได้คิดว่ามันเกี่ยวกันนักแต่ก็ยอมตามออกมาเพื่อมุ่งไปยังร้านขายของชำในละแวกนั้นและหวังว่าจะได้รีบกลับเข้าบ้านหลบลมร้อนโดยเร็ว

ทว่าโดยเร็วของเขายังคงมาไม่ถึงเสียทีเมื่อทั้งคู่ซื้อไอศครีมคนละสองแท่ง (เด็กผู้ชายวัยกำลังโต) และพบว่าหนึ่งในไม้ของตนถูกรางวัล อาซาฮียกไม้ของเขาให้นิชิโนยะที่รับไปอย่างดีอกดีใจ เดินออกจากร้านมาไม่ไกลเมื่อพบว่าไอศครีมหวานเย็นรสสาลี่ที่เพิ่งหมดลงนั้นก็ถูกรางวัลเช่นกัน แน่นอนมีหรือที่เขาจะไม่ยอมใจอ่อนตามใจให้นิชิโนยะเดินกลับไปแลกรสชูครีมมาแบ่งกัน (เขากัดไปคำเดียวแล้วรู้สึกพลาดมหันต์ที่นึกอยากลองแต่ตกใจยิ่งกว่าที่อีกฝ่ายกินจนหมด) เขาแทบเอามือตบหน้าผากเมื่อเดินออกจากร้านมาได้อีกสองก้าวก็พบว่าบนไม้นั้นมีตัวอักษรที่ถอดแบบมาจากสามไม้ก่อนหน้าประทับไว้ตรงกลางอย่างโดดเด่นเป็นสง่า คราวนี้ร่างเพรียวบอกให้เขารออยู่ที่เดิมก่อนวิ่งกลับไปเอารสโซดาติดมือมาอีกแท่งจนได้

“เอ่อ ฉันก็ว่าอย่างนั้นล่ะ…มั้ง แต่ว่า… นี่มันแท่งที่ห้าแล้วนะนิชิโนยะ” เขาเองแค่มองอีกฝ่ายกินก็เสียวฟันแล้วขณะที่เจ้าของชื่อหัวเราะร่าขณะเคี้ยวเกล็ดน้ำแข็งอย่างเริงรื่น

“ไม่เป็นไรหรอกครับอาซาฮีซัง! ยังไม่ถึงเวลาอาหารเย็นนี่นา!” ร่างสูงอยากเถียงใจจะขาดว่านั่นไม่ใช่ประเด็นก่อนจะถูกขัดเมื่อลิเบโร่คนเก่งอุทานเสียงดัง

“อ๊ะ!!”

“หืม? …อะ…” เขาอ้าปากค้างเมื่อเห็นไม้ในมือเรียวอย่างแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง… นี่มันบ้าอะไรกัน

ทั้งคู่เงียบไปครู่หนึ่งก่อนเขาจะชิงพูดขึ้นมาก่อน

“ฉะ ฉันว่าเราใกล้ถึงบ้านแล้วล่ะ” แม้ว่าเทียบกันแล้วหันหลังกลับไปที่ร้านนั้นจะใกล้กว่าเป็นไหนๆทั้งคู่รู้แก่ใจ เขานึกสงสารคุณป้าเจ้าของร้านหน่อยๆที่วันนี้แจกของฟรีไปเสียเยอะ

“อาซาฮีซัง” เขาถอนหายใจกับน้ำเสียงเว้าวอนนั้น พยายามไม่มองไปยังดวงตากลมโตที่เขานึกรู้ได้ว่ากำลังฉายแววเสียดายออกมาอย่างสุดซึ้งแค่ไหน เอซแห่งคาราสุโนะรู้ดีว่าตนมีจุดอ่อนมากมายและการที่อยากตามใจร่างเล็กข้างกายตลอดเวลานั้นได้พุ่งพรวดขึ้นมาเป็นปัญหาอันดับหนึ่งของเขาอยู่ในเวลานี้

“ห้าแท่งนี่มันเกินลิมิตของคนทั่วไปแล้วนะ ฉันไม่อยากให้นายปวดท้องทีหลัง หรือ… หรือกินข้าวเย็นไม่ลงอะไรอย่างนั้น”

“แต่มันฟรี”

“ถึงจุดนี้ฉันว่านายไม่ควรเสียดายแล้วล่ะ” เขากลืนน้ำลายด้วยไม่อยากเถียงกันกับเรื่องเล็กน้อย แต่แน่นอนว่าการดึงดันให้แฟนพันธุ์แท้การิการิคุงคนนี้ปฏิเสธโอกาสอย่างนี้ไปก็คงเหมือนกับการ… ห้ามเขาสไปค์ลูกในการซ้อมล่ะมั้ง…? (อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้จะปวดท้องภายหลังแล้วกัน)

“แต่อาซาฮีซัง…!”

ร่างสูงตัดสินใจงัดไม้ตายออกมาใช้ บอกตัวเองให้ทำใจแข็งเข้าไว้ก่อนหันใบหน้าหาอีกฝ่ายเล็กน้อย เขาไม่ชอบเวลาที่ตนเองทำแบบนี้แต่เพราะความจำเป็นบังคับจึงกลายเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ไป

“ยู” เสียงทุ้มเอ่ยเรียบนิ่งทั้งที่ฝ่ามือเริ่มรู้สึกเย็นเฉียบท่ามกลางแสงแดดอันแผดเผา นิชิโนยะชะงักไปเล็กน้อยก่อนพ่นลมเฮือกใหญ่อย่างขัดใจ

“ฮึ อาซาฮีซังคนขี้งก!” เสียงพึมพำของอีกฝ่ายเบาเท่าเวลาเขาพูดเสียงปกติเท่านั้นเอง อาซาฮีไม่รู้จะกล่าวอะไรต่อดีเมื่อเห็นอีกฝ่ายอมลมพองแก้ม ใจนึงก็กลัวโดนโกรธอีกใจก็อดคิดไม่ได้ว่าช่างน่ารักเสียเหลือเกินจึงเลือกที่จะเงียบ เขาแอบโล่งใจที่นิชิโนยะไม่มีทีท่าว่าจะปลีกตัวแยกกลับบ้านเพราะอย่างน้อยก็ค่อยวางใจได้หน่อยว่าไม่โดนเคืองมากขนาดนั้น

แขกของบ้านเดินไปโยนไม้บางแท่งเล็กที่ยังคงกำอยู่ในมือทิ้งในครัวพลางรอเจ้าของบ้านจัดน้ำคว้าขนมก่อนตามขึ้นไปยังห้องนอน ร่างเพรียวเลี่ยงไปนั่งบนพื้นขณะที่เขาวางถาดน้ำและขนมไว้บนโต๊ะอ่านหนังสือก่อนเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง อาซาฮีไม่รู้ว่าตนควรเริ่มบทสนทนาอย่างไรดีเพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายยังงอนเขาอยู่หรือเปล่า เขาอยากถามว่าอีกฝ่ายอยากทำอะไรแต่ก็เกร็งไปหมดจนไม่กล้าพูดอะไรออกมา สุดท้ายเลยได้แต่ยกขาเขยิบตัวไปติดกำแพงนั่งขัดสมาธิและกดรีโมทเครื่องปรับอากาศอย่างหวั่นๆ ลมเย็นเป่าให้รู้สึกสบายตัวขึ้นมาบ้างแต่ไม่ได้ทำให้บรรยากาศในห้องมาคุน้อยลงเลย อย่างน้อยเขาก็รู้สึกอย่างนั้น

ทั้งคู่เงียบกันอยู่ได้เกือบห้านาทีเต็มก่อนนิชิโนยะผู้สงบเสงี่ยม (ได้นานที่สุดเท่านี้) จะเป็นฝ่ายโพล่งขึ้นมา

“ขอโทษครับ อาซาฮีซัง!” ร่างสูงถอนหายใจโล่งอก

“อ่า ฉันขอโทษที่… เอ๋?”

“ผมไม่พอใจใส่ทั้งที่รู้ว่าอาซาฮีซังเป็นห่วง ขอโทษครับ!” ใบหน้าเข้มฉายแววแปลกใจไม่คาดคิดอย่างปิดไม่มิดก่อนนึกได้ว่าตนควรตอบอะไรบอกไปบ้าง

“ฉะ ฉันนึกว่านายโกรธฉันเสียอีก”

“เอ๋? ทำไมล่ะครับ??”

“ก็นาย… เอาแต่เงียบนี่นา” ความเงียบแทบเทียบเท่ากับการกลั้นหายใจสำหรับอีกฝ่ายเลยก็ว่าได้ หากไม่โกรธกันจริงเขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรอย่างนี้ได้ด้วยซ้ำ

“ผมต่างหากที่นึกว่าอาซาฮีซังโกรธอยู่”

“ไม่หรอก เอาเป็นว่าฉันก็รู้สึกผิดเหมือนกันที่ห้ามไม่ให้นายแลกไอศครีมมาล่ะนะ” นิชิโนยะส่ายศีรษะรัวก่อนปีนขึ้นเตียงบ้างขณะที่เอซแห่งคาราสุโนะอ้าแขนรับอีกฝ่ายอย่างรู้หน้าที่ ร่างเล็กนั่งบนตักอันคุ้นเคยและขยับยุกยิกหาท่าสบายก่อนซบศีรษะลงบนไหล่หนา ลมหายใจอุ่นปะทะต้นคออาซาฮีผะแผ่ว

“อาซาฮีซัง”

“หืม?”

“เจ็บลิ้นอ่ะ”

“หา?”

“สงสัยเมื่อกี้จะกินไอติมเยอะไปจริงๆด้วยครับ ลิ้นเจ็บยังไงไม่รู้” คนทำหน้าที่เป็นพนักพิงกลั้นหัวเราะ (ด้วยความเป็นห่วงและกลัวอีกฝ่ายจะเขินจะเคือง) ใบหน้าเรียวถูไถไหล่เขาราวกับไม่อยากจะยอมรับแต่ก็จะไม่เก็บไว้ในใจให้เปลืองที่เล่นมันช่างน่าเอ็นดูจนเขาอดไม่ได้ที่จะก้มซบใบหน้าลงบนศีรษะทุยและพรมจูบใกล้ไรผมต่างสี

“อ้า แต่ไม่ปวดท้องใช่ไหม?”

“ไม่ครับ!”

“ถ้าอย่างนั้นคงเป็นเพราะโดนความเย็นกัดล่ะนะ ฉันเองก็ไม่รู้เสียด้วยว่าเวลาอย่างนี้ควรทำอะไร อยากดื่มอะไรอุ่นๆไหม?”

“ไม่อ่ะครับ”

“มันมียาทาที่ช่วยได้หรือเปล่าฉันก็ไม่รู้เสียด้วย”

“อาซาฮีซังครับ”

“หืม?”

“ผมง่วง” อาซาฮีหัวเราะหึ ปล่อยให้คนเลี้ยงง่ายคลานไปคว้าหมอนมาจัดแล้วเอนตัวลงนอนตาม แขนแกร่งตวัดพาดเอวบางเมื่ออีกฝ่ายกลิ้งเข้ามาใกล้

“งั้นเรางีบกัน ยังมีเวลาอีกหน่อยก่อนจะได้เวลาสำหรับอาหารเย็นล่ะนะ นายจะอยู่ไหมหรือจะกลับไปกินที่บ้าน?”

“อยู่ครับ!”

“ฮืม ดีจัง” เขารู้สึกได้ว่าความง่วงงุนเริ่มคืบคลานเข้ามาช้าๆจึงหลับตาลง ขณะที่เขากำลังจะหลับนั้นก็มีคำถามเบาๆลอยมาหาจากที่ไกลๆ

“อาซาฮีซัง” เสียงของนิชิโนยะนั้นแผ่วเบาและเชื่องช้าบ่งบอกให้รู้ว่าอีกฝ่ายคงง่วงเต็มที่แล้วเช่นกัน เขาฮัมในลำคอแทนการเอ่ยคำเป็นการรับรู้โดยไม่ลืมตา

“การิการิคุงรสชูครีมรสชาติไม่ได้เรื่องเลยเนอะ”

“…ฮืม นั่นสินะ”

ไม่นานนักลมหายใจของทั้งสองก็เข้าสู่จังหวะสม่ำเสมอท่ามกลางเสียงลมแผ่วจากเครื่องปรับอากาศคอยกล่อมให้หลับฝันดี

 

 

 

End

One thought on “[HQ!!] The Prince of Summer, Garigari-Kun [Asanoya]

  1. Pingback: The Prince of Summer Garigari-Kun Extra: Fuwa Fuwa Choux Cream | ถังใส่น้ำของปลากรอบ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s