[HQ!!] Scent [Bokuaka]

Title: Scent
Pairing: Bokuaka
Rating: PG

เจอโดทำร้ายเลยเขียนปลอบใจตัวเองค่ะ ฮืวส์
เคยลงเรื่องนี้ในทวิตลองเกอร์ค่ะ :3

+

“เฮ่เฮ่เฮ่ อาคาอาชิ~!” เจ้าของชื่อสะดุ้งโหยงเมื่อถูกร่างสูงโผเข้าใส่จากด้านหลัง แขนแกร่งโอบรวบเอวผอมเข้ามาประชิดตัวอย่างชินมือ

“ทำอะไรน่ะครับ? ร้อนขนาดนี้” อาคาอาชิว่าพลางขยับตัวอย่างอึดอัด เวลาพักเที่ยงอันสงบสุขของเขาช่างแสนสั้นเหลือเกิน ทั้งที่สวนมุมนี้ไม่ค่อยมีใครผ่านมาแท้ๆยังหากันเจอได้เขาควรจะแปลกใจดีไหมหนอ

“ก็ร้อนขนาดนี้น่ะสิฉันถึงต้องการชาร์จพลังจากนายไง!”

“ผมกลายเป็นแหล่งพลังงานไปตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ โบคุโตะซัง?” ร่างเพรียวหันรีหันขวาง “ปล่อยก่อนได้ไหมครับ? ผมจะนั่ง”

“เอ๋ ไม่เป็นไรหรอกนั่งเลยได้ฉันไม่ว่า”

“…” ปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงนั้นแต่เห็นได้ชัดว่าอธิบายไปคงเปล่าประโยชน์เขาจึงพยายามยอบตัวลงอย่างทุลักทุเลและเพราะมือนั้นไม่ยอมปล่อยเอวกันเสียทีเขาจึงต้องจำยอมนั่งลงบนตักของอีกฝ่ายอย่างช่วยไม่ได้

“โบคุโตะซัง…” เด็กหนุ่มปีสองเอ่ยอย่างใจเย็น “ไม่หนักเหรอครับ?”

“ไม่หรอกๆ! นายตัวเล็กกว่า– โอ๊ย…” สะดุ้งเมื่อถูกหยิกเต็มแรงที่ต้นขา “เจ็บนะ อาคาอาชิ”

“ก็อยากพูดอย่างนั้นทำไมล่ะครับ” สวนกลับเสียงเรียนก่อนจะเริ่มแก้ห่อผ้าที่ผูกกล่องข้าวออก

“เอ๋~ ฉันกำลังจะบอกว่าอาคาอาชิตัวเล็กกว่าฉันนิดหน่อยเท่านั้นเองเพราะงั้นนั่งได้ไม่เป็นไร ไม่เห็นต้องโกรธเลย ไม่ได้บอกว่าตัวเล็กเท่าโคมิหรืออะไรเสียหน่อยนี่นา”

“ระวังโคมิซังได้ยินเข้าจะโกรธเอานะครับ”

โบคุโตะหัวเราะ “งั้นอย่าเอาไปบอกเจ้านั่นแล้วกัน”

อาคาอาชิถอนหายใจ “ไม่รับปากนะครับ”

“เอ๋~~ อาคาอาชิอย่าใจร้ายซี่” มือเรียวเปิดกล่องข้าวออกก่อนเริ่มคีบกับข้าวใส่ปากอย่างไม่สนใจเสียงท้วงเรื่อยเปื่อยของคนด้านหลัง

“นี่ ไข่หวานน่ากินจังแบ่งหน่อยสิ!”

“ยังไม่ได้ทานอะไรมาเหรอครับ?” เขาถามก่อนคีบไข่หวานก้อนเหลืองนวลให้คนที่ชะเง้อหน้ามาอ้าปากรับอย่างว่าง่าย

“เพราะมัวแต่หาอาคาอาชิอยู่น่ะสิ ฮ่าๆ” ได้ฟังคำสารภาพมาแบบนั้นเขาไม่รู้จะใจอ่อนเห็นใจดีหรือถอนใจกับนิสัยไม่คิดหน้าคิดหลังของโบคุโตะดี

นั่งคีบข้าวเข้าปากไปพลางแบ่งคนข้างหลังไปพลางได้ซักพักเขาแทบทำตะเกียบหลุดมือเมื่อรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นเป่ารดต้นคอในระยะกระชั้นชิด

“ทำอะไรน่ะครับโบคุโตะซัง?!” เขาเอี้ยวคอหันไปถามอย่างตกใจ

“หืม?”

“ทำไมเอาหน้าเข้ามาใกล้ขนาดนี้ครับ?”

“หา? อ้อ ฮ่าๆๆ ฉันไม่รู้ตัวเลย เมื่อกี้คิดอยู่ว่าได้กลิ่นอะไรหอมๆเลยลองดมหาดูน่ะ” ตอบเหมือนไม่ได้คิดอะไรพร้อมรอยยิ้มเผล่ทำเซ็ตเตอร์แห่งฟุคุโระดานิหมั่นไส้ขึ้นมาตงิด “อาคาอาชิหอมเหมือนดอกไม้เลย”

“…พูดอะไรไม่รู้เรื่องแล้วนะครับ” เขารู้สึกว่าอากาศอบอ้าวร้อนขึ้นทันตาโดยไร้สาเหตุ อย่างน้อยหน้าเขาก็เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ล่ะว่ามันร้อนขึ้นจริงๆ อาคาอาชิหันกลับทันทีและรีบคีบข้าวคำสุดท้ายเข้าปากกลบเกลื่อนอะไรบางอย่างในอกที่อยากจะหลุดออกมาให้ได้ เขาขยับตัวอีกครั้งหวังว่าอีกฝ่ายจะคลายอ้อมกอดลงบ้างแต่ก็ไร้ผล

คนเราหนอทำไมมันถึงได้หัวดื้ออย่างนี้

“อย่าเพิ่งไปไหนสิอาคาอาชิ~”

“โบคุโตะซั–” ลำคอของเขาปิดตัวลงกะทันหัน (โชคดีกลืนข้าวไปแล้วไม่งั้นได้มีสำลัก) เมื่อรู้สึกได้ถึงปลายจมูกโด่งของใครอีกคนจรดลงตรงหลังคอ

คนบ้าคนนี้คิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่เนี่ยใครก็ได้ช่วยห้ามที

อาคาอาชิคิดลอยๆโดยที่ยังหาเสียงตัวเองไม่เจอ รู้สึกมือไม้สั่นไปหมดและหน้าร้อนจนจะไหม้อยู่แล้ว

“ฉันชอบอยู่ใกล้ๆอาคาอาชิเพราะนายตัวหอมอย่างนี้ล่ะนะ”

คำพูดที่เหมือนจะเติมหัวใจลงหลังประโยคได้นี่คืออะไรครับ!

“ฉันไม่เคยคิดเลยว่านายจะใส่โคโลญจน์กับเขาด้วย”

ตั้งสติสิเคย์จิ น่าอายชะมัด

“ผมเปล่าครับ” เสียงที่ออกมาจากลำคอนั้นฟังดูแผ่วหวิวกว่าปกติทำให้เขานึกอยากเอาหน้าซุกอะไรซักอย่างที่ไม่ใช่คนข้างหลังเหลือเกิน คอยดูผ่อนแรงหน่อยจะวิ่งหนีซะ!

“เหหห จริงหรือ?”

“คงเพราะคุณแม่ชอบใช้น้ำหอมในบ้านมั้งครับกลิ่นถึงติดเสื้อผ้าติดตัวมาด้วย” อาคาอาชิตอบส่งๆพลางเตือนตัวเองในใจให้บอกคุณแม่ให้เลิกใช้น้ำหอมปรับอากาศอะไรไม่รู้ได้แล้วไม่ว่ามันจะเกี่ยวหรือไม่ก็ตาม

เสียงกริ่งบอกหมดเวลาพักเที่ยงทำให้เขาได้จังหวะฉวยโอกาสดันแขนอีกฝ่ายออกห่างอย่างง่ายดายไร้แรงขืนเหมือนตอนแรก มือเรียวคว้าข้าวของทั้งหมดมาถือไว้ในมือก่อนเอ่ยลา

“แล้วเจอกันตอนชมรมครับ”

“เดี๋ยวอาคาอาชิ!!”

“ครับ?” โบคุโตะที่ยังคงนั่งอยู่ดึงมือข้างที่เขาถือขวดชาไว้เข้าหาตัวก่อนจรดปลายจมูกลงอีกครั้งตรงเส้นชีพจรอย่างถือสิทธิ์

“แน่ใจเหรอนายไม่ได้ใช้โคโลญจน์จริงๆน่ะ?” ร่างเพรียวกระชากมือของตนออกจากการเกาะกุมราวกับถูกลวกด้วยน้ำร้อนยังผลให้อีกฝ่ายทำสีหน้าตกใจตามไปด้วย

“ถ้าสายโทษกันไม่ได้นะครับ” เขาพยายามทำให้เสียงที่เปล่งออกมานั้นตะกุกตะกักน้อยที่สุดก่อนสาวเท้าจากมาด้วยความรวดเร็วและเริ่มออกวิ่งจริงๆเมื่อพ้นมาได้ไม่กี่ก้าวเท่านั้น อาคาอาชิผ่อนฝีเท้าลงเปลี่ยนเป็นเดินหอบเมื่อเห็นว่าใกล้ถึงห้องเรียน ใจยังกระหวัดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆร้อนๆ

โบคุโตะซังจะทำอะไรตามใจตัวเองเกินไปแล้ว วันนี้หากส่งลูกให้น้อยลงดูซิว่าจะเข็ดไหม

เขาสูดหายใจเติมออกซิเจนให้ร่างกาย นึกโทษไปว่าเพราะเพิ่งวิ่งมาเสียงตุบๆในอกนั้นถึงไม่คลายลงเสียที ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการนึกถึงปลายจมูกโด่งที่ขยับเข้าใกล้แม้แต่น้อย

ริมฝีปากได้รูปยกมุมปากยิ้มเย้ยหยันกับความคิดของตัวเอง

บ้าจริงๆ ทั้งที่รู้ว่าเขาไม่คิดอะไรแท้ๆ

ทั้งที่รู้ว่าโบคุโตะซังทำไปโดยไม่คิดอะไรแท้ๆ ทำไมถึงรู้สึกว่าอะไรซักอย่างในอกมันพองโตไปหมด ทำไมถึงรู้สึกว่าอะไรซักอย่างในอกมันสั่นไหวไปหมดอย่างนี้

บ้าบอจริงๆ

 

 

 

End

ขอโทษค่ะขอโทษค่ะโดมันทำร้ายกรอบหลุดออกไปไม่ได้ขอโทษค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s