[HQ!!] Ameagari [Kuroken]

Title: Ameagari (After the Rain)
Pairing: Kuroo x Kenma
Rating: PG
Author: krobfrombigforest

Notes: ส่ง @HQ_Weekly หัวข้อ “ฤดูฝน” ค่ะ // เรื่องนี้เหมือนจะพรีสแลชกลายๆมั้ยนะ? // คุโระที่ไม่คุโระเท่าไหร่มั้งคะ55 // ทำไมสุดท้ายมันออกมาแบบนี้ไม่รู้ตัวเลยค่ะฮรืว

+

คุโรโอะชอบฤดูฝนมากกว่าฤดูไหนๆ ไม่ใช่เพราะอากาศเริ่มอุ่นที่เพิ่มความชื้นแฉะเข้าไปอีก ไม่ใช่เพราะบางวันที่หนาวกว่าปกติจนต้องขุดสเวตเตอร์ออกมาใส่อีกรอบ ไม่ใช่เพราะเมฆครึ้มที่บดบังแสงอาทิตย์จนคนรอบข้างต่างรู้สึกหมองหม่นไปตามๆกัน

เขาชอบฤดูฝนเพียงเพราะมันเป็นฤดูเดียวที่ฝนตกบ่อยกว่าช่วงไหนๆของปีก็เท่านั้น

เพราะทุกครั้งที่ฝนตก ลูกแมวน้อยแถวบ้านจะขี้อ้อนกว่าปกติก็เท่านั้น

ร่างสูงคว้าร่มก่อนผลักประตูบ้านเปิดแต่เช้าตรู่ เขาติดการตื่นเช้าไม่ใช่เพราะเป็นคนขยันกว่าใครหากการเป็นกัปตันทีมนั้นหมายถึงการที่ต้องไปถึงก่อนสมาชิก(ส่วนใหญ่)ของชมรมในตอนเช้า อีกเหตุผลคือการที่ต้องหิ้วเซ็ตเตอร์ของทีมไปด้วยทุกวันจนตื่นเช้าติดเป็นนิสัยไม่เว้นแม้แต่วันหยุดสุดสัปดาห์ แต่วันเสาร์อย่างนี้คือหนึ่งในวันที่อยู่ในจำพวกที่ต่างออกไปจากวันอื่นๆเล็กน้อยเมื่อเขาตื่นขึ้นมาพบกับหยาดน้ำหยดเล็กร่วงหล่นปรอยปรายแต่เช้ามืด เมื่อเห็นว่าผ่านไปสองสามชั่วโมงแล้วยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเขาก็จัดการล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้าและออกจากบ้านโดยไม่ลืมที่จะบอกคุณแม่ของเขาถึงจุดหมายปลายทางยังบ้านหลังใกล้ที่ไปเยี่ยมเยือนจนกลายเป็นแขกประจำมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา

กัปตันทีมเนโกะมะกดกริ่งและยืนรอไม่นานประตูก็ถูกเปิดออกโดยคุณแม่ยังสาวของบ้านโคซึเมะที่เชื้อเชิญให้เขาเข้าด้านในอย่างเคย เขาเอ่ยขอบคุณและเดินขึ้นชั้นสองอย่างรู้หน้าที่หลังจากรับคำว่าจะปลุกคนขี้เซาให้ลงมาทานข้าวเช้าเสียที เขาเปิดประตูห้องนอนที่อยู่สุดทางเดินและผลุบเข้าไปเงียบๆ เตียงนุ่มยวบลงตามน้ำหนักของผู้มาใหม่หากคนที่ยังคงซุกอยู่ใต้ผ้าห่มไม่มีทีท่าว่ารู้สึกตัวแต่น้อย

“เค็นมะ ข้าวเช้าเสร็จแล้ว” มือแกร่งดึงผ้าห่มที่คลุมแทบมิดศีรษะของอีกฝ่ายลง เค็นมะมุ่นหัวคิ้วเล็กน้อยด้วยอากาศเย็นลอยมากระทบใบหน้า

“เค็นมะ ถ้าไม่ตื่นเดี๋ยวนี้ฉันจะเอาเกมส์นายไปซ่อนแล้วนะ” คราวนี้ปฏิกิริยาของเจ้าของชื่อเพิ่มขึ้นมาหน่อยเป็นขยับหน้าซุกลงในหมอนจนน่ากลัวว่าจะหายใจไม่ออกเอา คุโรโอะตัดสินใจดึงผ้านวมผืนใหญ่เจ้าปัญหาออกไปทั้งหมด ทิ้งให้อีกฝ่ายในชุดเสื้อยืดตัวหลวมกับกางเกงขาสั้นขดตัวเข้าหากันโดยอัตโนมัติ ดวงตาดำขลับเผลอไล่มองผิวสีน้ำนมก่อนริมฝีปากบางที่ขยับเล็กน้อยจะดึงความสนใจเรียกให้เขาเงี่ยหูฟัง

“คุ…า…”

“หือ? ว่าอะไรนะ”

“คุโระบ้า เอาผ้าห่ม…งึม…คืนมา” ร่างสูงยิ้มขำ

“ถ้านายลุกตอนบ่ายฉันจะไปซื้อพายแอปเปิ้ลเป็นเพื่อน” เบเกอรี่ร้านโปรดของเค็นมะอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากละแวกบ้านที่ทั้งคู่มักหยุดแวะประจำตั้งแต่สมัยประถม เจ้าของร้านเป็นคุณลุงคุณป้าที่คุ้นหน้ากันดีและมักเก็บพายแอปเปิ้ลซึ่งเป็นเมนูขายดีไว้ให้พวกเขา(ในที่นี้คือเค็นมะ)เสมอ หากแต่พักหลังทั้งคู่ไม่ค่อยมีเวลากอปรกับลูกค้าสาวๆที่เพิ่มจำนวนขึ้นมากทำให้เค็นมะเกิดไม่ค่อยนึกอยากเดินเข้าร้านในบางจังหวะ คำเสนอคราวนี้เหมือนจะได้ผลเมื่อซากแมวบนเตียงเริ่มขยับทีละน้อยและลุกผลึงขึ้นมานั่งโอนเอนแต่ยังคงไม่ยอมลืมตา

“คุโระเลี้ยง”

“หา? ทำไมฉันต้องเลี้ยง?!”า

“เพราะคุโระแกล้ง” คนขี้ตู่ว่าพลางยกมือถูๆตาทั้งสองข้าง อีกมือก็คว้าชายเสื้อเขาไว้ “หนาว”

“อ้าใช่ ฉันลืมไปว่าฝนยังตกอยู่เลยนี่นะ ยังอยากออกไปอยู่อีกหรือเปล่า?”

“ไป” เค็นมะดึงชายเสื้อถี่ๆจนเขาต้องยอมขยับเอนรวบตัวอีกฝ่ายเข้ามาไว้ในอ้อมแขน ถ่ายทอดไออุ่นให้ร่างผอมแห้งให้อาการชอบโมเมนั้นลดระดับลงเสียบ้าง

“อุ่นแล้วก็ไปล้างหน้าซะ อย่าอู้จนทำให้ฉันต้องตามเข้าไปแปรงฟันให้ล่ะ” เขาลุกก่อนดึงข้อมือบางให้เจ้าตัวลุกตาม เค็นมะทำเสียงอิดออกในลำคอแต่ก็ยอมอย่างเสียไม่ได้ ไม่นานทั้งคู่ก็ลงมานั่งยังโต๊ะอาหารและเริ่มบทสนทนาเรื่อยเปื่อยกับคุณพ่อและคุณแม่ก่อนจะช่วยกันเก็บล้างและกลับขึ้นห้อง คุโรโอะพยายามดันให้อีกฝ่ายทำการบ้านอย่างไร้ผลกระทั่งได้เวลาอาหารเที่ยง ทั้งคู่เพียงแค่ลงไปค้นตู้เย็นเพื่อขนขนมขึ้นมาไว้บนห้องอีกรอบและกลิ้งไปมาฆ่าเวลาไม่นานก่อนร่างเพรียวจะวางเกมส์ในมือลงและทวงถามถึงสัญญาที่เขาได้ให้ไว้ ขณะที่ทั้งคู่กำลังคว้าร่มอยู่หน้าประตูคุณแม่ก็วานให้ไปซื้อเครื่องปรุงสองสามอย่างด้วยสำหรับอาหารเย็น

“อ้า เท็ตจัง เค็นจัง หมู่นี้ไม่ค่อยเห็นหน้าค่าตากันเลยนะ” คุณป้าเจ้าของร้านทักอย่างอารมณ์ดีแม้ลูกค้าจะบางตากว่าปกติในวันฝนพรำอย่างนี้ คุโรโอะเดินถือถุงพลาสติกจากซุปเปอร์มาเก็ตนำอีกคนมาหยุดหน้าเคาน์เตอร์และก้มศีรษะทักทายขณะที่เค็นมะเอ่ยทักเบาๆและขยับมายืนข้างกัน

“หมู่นี้ซ้อมหนักอยู่ครับ แต่บางครั้งคนแถวนี้พอเห็นสาวๆกลุ่มใหญ่ก็กลายเป็นแมวขี้ตื่นไม่กล้าแวะเข้ามาเท่านั้นเอง” มือเรียวตีผัวะลงบนแขนทันทีที่เขาจบประโยค

“อย่าพูดเรื่องไม่เป็นเรื่องเจ้าบ้าคุโระ” หญิงวัยทองหัวเราะชอบใจกับบทสนทนาของเด็กหนุ่มทั้งสองที่ไม่เคยเปลี่ยนไม่ว่าเวลาหมุนผ่านไปนานเพียงใด

“อ๊ะ ฮ่าๆๆ อะไรกัน โตเป็นหนุ่มแล้วยังขี้อายไม่เปลี่ยนอีกหรือ? เค็นจัง”

“เปล่าขี้อาย คุโระชอบใส่ความ” เค็นมะบู้ปากเล็กน้อยเรียกรอยยิ้มได้จากทั้งคุณป้าและเพื่อนสนิท

“นั่นสิ ป้าก็อยากจะเชื่ออยู่แต่เท็ตจังชอบบอกอีกอย่างอยู่เรื่อย” คุณป้าแอบขยิบตาให้คนตัวสูง “เอ้า วันนี้นอกจากพายแอปเปิ้ลแล้วอยากได้อย่างอื่นอีกไหม?”

“คงไม่ครับ วันนี้ผมเอาเงินออกมาพอแค่ชิ้นเดียวเองด้วยเพราะงั้นอย่างเดียวก็พอครับ” คุโรโอะตอบ เขาเองไม่ได้ชอบขนมหวานเป็นพิเศษแถมเค็นมะแม้จะดูไม่สนใจโลกหากความจริงแล้วเป็นเด็กกินยากเพราะอย่างนั้นหากไม่ใช่สิ่งเฉพาะเจาะจงแล้วจะไม่เหลียวแลแต่น้อย

“อ้า ถ้าอย่างนั้นรอสักเดี๋ยวนะ” มืออวบยกถาดพายที่ถูกตัดไปแล้วครึ่งหนึ่งออกจากถาดสูงข้างตู้กระจกใสก่อนนำไปตั้งตรงเคาน์เตอร์ด้านหลังและหยิบมีดตัดก่อนตักวางใส่กล่องเล็กอย่างชำนาญ

“วันนี้คุณลุงไม่อยู่เหรอครับ?” คุโรโอะล้วงเศษเหรียญในกระเป๋าขณะที่ถาดพายถูกวางกลับเข้าที่และกล่องพายถูกนำมาวางไว้ใกล้เครื่องคิดเงินโดยมีสายตากระตือรือร้นมองตามไม่ห่าง

“ตาแก่นั่นเพิ่งเข้าไปเช็คของด้านหลังแน่ะ วันนี้ลูกค้าไม่เยอะเท่าไหร่ป้าดูหน้าร้านคนเดียวได้ เอ้า” เค็นมะรับกล่องกระดาษลายสะอาดสะอ้านมาถือไว้ขณะที่คุณป้ารับสตางค์จากคุโรโอะ

“ฝนยังไม่หยุดตกเลย กลับกันดีๆนะ แล้วก็อย่าซ้อมหนักกันเกินไปล่ะ”

“ขอบคุณครับ” คุโรโอะโบกมือลาตามด้วยอีกคนที่พึมพำก่อนเดินออกมาจากร้าน สองคนเดินกางร่มและคุยกันเรื่อยเปื่อยเกี่ยวกับทีมและการแข่งซ้อมที่กำลังใกล้เข้ามา

“เลฟบอกว่าอาทิตย์หน้าจะไม่ไปด้วยกันเพราะถ้าไม่ได้ลงเล่นก็ไร้ความหมาย ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรถ้ายาคุไม่มาบ่นให้ฉันฟังเสียหูชา คนผิดมันฉันหรือก็เปล่า” คุโรโอะว่า “นายได้คุยกับยาคุบ้างหรือเปล่า? หมอนั่นใจดีกับนายนี่นะเค็นมะ… เค็นมะ?”

ร่างสูงเหลียวหาเมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบกลับจากอีกฝ่ายก่อนพบว่าเพื่อนของตนไม่ได้เดินอยู่ข้างกัน เขาหันรีหันขวางก่อนสังเกตเห็นคนถือร่มหยุดยืนอยู่ไกลๆ เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่และสาวเท้าฝ่าแอ่งน้ำกลับไปหาโดยเร็ว

“นายปล่อยให้ฉันพูดคนเดียวอีกแล้ว ทำอะไรอยู่น่ะ?”

“กบ”

“หา?” เขามองตามนิ้วเรียวชี้ไปยังสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำตัวเล็กสีเขียวสดที่นั่งตาใสรับฝนพองถุงลมอย่างสบายใจใกล้คูระบายน้ำ

“คิดว่าน่ารักดี สีเขียวนี่น่ะ”

“…”

“…”

“เอ่อ… จะยังไงก็แล้วแต่อย่าอยู่ๆก็หยุดยืนคนเดียวสิ ฉันรู้ว่านายจะไม่หลงแถวนี้แต่ถ้าเป็นที่อื่นมันอันตรายนะรู้ไหม”

“ขอโทษ” ว่าไปตาก็ยังมองกบไม่เลื่อนไปไหน “คุโระบ่นเป็นแม่เลย”

“ถ้าฉันพูดแค่นี้นายยังว่าเยอะแล้วยาคุล่ะระดับไหน”

“ระดับสูงกว่านาย”

“โอเค แล้วจะไปกันหรือยังครับ? ถึงจะมีร่มแต่ยืนกลางฝนแบบนี้ก็เกิดไม่สบายจะทำอย่างไรครับ”

“ฮืม” ร่างเพรียวกระพริบตาปริบ ก้าวเข้ามาใกล้แล้วมุดเข้าใต้ร่มคันเดียวกับเขาก่อนหุบร่มของตัวเอง ใกล้กันขนาดที่กลิ่นดินกลิ่นฝนรอบข้างไม่สามารถกลบกลิ่นหวานจางจากอีกฝ่ายได้

เพ้ออะไรวะเท็ตสึโร่ นั่นมันกลิ่นพายแอปเปิ้ลหรือเปล่า

แม้ลึกๆในใจคำตอบจะเป็นอีกอย่างแต่เขาก็เลือกที่จะเมินเฉยต่อเสียงกระซิบแผ่วเบานั้นและยื่นร่มในมือให้เอนออกจากตัวอีกหน่อยก่อนออกเดินไปด้วยกัน

ทั้งสองถึงบ้านและเขาได้ส่งต่อเครื่องปรุงให้คุณแม่อย่างปลอดภัย ขณะเดียวกันนั้นลูกชายคนเดียวของเจ้าของบ้านก็เลี่ยงไปค้นลิ้นชักกุกกักก่อนหันกลับและเดินขึ้นชั้นบนไป คุณแม่และแขกประจำมองหน้ากันก่อนคุโรโอะต้องเป็นฝ่ายรับคำอีกรอบว่าเขาจะไม่ให้เพื่อนตัวดีทานพายมากกว่าครึ่งชิ้นก่อนอาหารเย็น

เมื่อเขาเดินเข้าห้องก็พบว่าอีกฝ่ายจัดแจงกางโต๊ะตัวเล็กกลางห้อง เปิดกล่อง และตักคำแรกเข้าปากไปเรียบร้อยก่อนสังเกตว่าจำนวนพายนั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดหวังไว้

“หือ? ทำไมมีพายสองชิ้น?”

“คุณป้าคงแถมมาให้มั้ง?” เสียงที่มักฟังดูลังเลและติดจะเฉยชาในบางทีฟังดูสดใสและพออกพอใจเป็นอย่างมาก “อีกชิ้นของคุโระนะ มากินด้วยกันสิ”

“เห คงเห็นว่าไม่ค่อยได้เจอกันล่ะมั้ง” เขาว่าพลางเดินไปนั่งลงด้านข้าง “อ้า ฉันต้องลงไปเอาส้อมมาอีกคันสินะ”

“ไม่ต้องหรอก” เค็นมะตัดปลายชิ้นขนมหวานให้พอดีคำและใช้ส้อมตักขึ้น “เอ้า”

ดวงสีตาสีนิลมองต่ำไปยังขนมที่ถูกจ่อส่งมาให้ถึงตรงหน้า “…เอ่อ ฉันว่าฉันกินเองได้”

“จะอย่างไหนก็เหมือนกันล่ะน่า เร็วสิคุโระ เมื่อยแล้ว” เขายอมงับพายเข้าปากอย่างจำนน ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับของโปรดดูท่าเถียงยังไงก็คงเปล่าประโยชน์

“อ้อ นายกินได้แค่ครึ่งชิ้นนะ คุณป้าไม่อยากให้นายกินขนมเยอะก่อนข้าวเย็น” เขาเตือนก่อนรับพายแอปเปิ้ลเข้าปากอีกคำ “ไม่มีแต่”

“รู้แล้วๆ วันนี้คุโระบ่นเยอะชะมัด”

“ฉันเปล่า” ร่างเพรียวหัวเราะหึ ดวงตากลมโตส่องประกายสุกใสเมื่อได้ลิ้มรสพายอีกครั้ง

“ครบครึ่งชิ้นแล้ว”

“คุโระ”

“ฉันบอกแล้วไงว่าไม่มีแต่” เค็นมะขยับลุกเดินเข่าเข้าหา มือเรียวเอื้อมเขย่าบ่าเขาเบาๆ

“อีกคำเดียวเองคุโระ อย่าขี้งกสิ” ใบหน้าเรียวยื่นเข้าใกล้ หากเป็นเวลาปกติเจ้าตัวคงเมินตั้งแต่เขายังพูดไม่จบประโยคไปแล้ว นานๆทีจริงๆที่จะฟังคำเขาสักที

“หลังข้าวเย็นเค็นมะ แล้วฉันจะยกที่เหลือทั้งหมดให้นายเลยเอ้า” เขาเขยิบเล็กน้อย “ลงไปรอข้างล่างสิ ข้าวเย็นใกล้เสร็จแล้วมั้ง”

เด็กหนุ่มผมบลอนด์ที่รากผมโผล่จนพักนี้ถูกแซวว่าเป็นสีพุดดิ้งยู่ปากเล็กน้อยแต่ยอมปล่อยเขาโดยดี “ก็ได้”

“เดี๋ยวเค็นมะ” เขาเอื้อมมือโดยไม่ทันคิดและปาดเช็ดมุมปากอีกฝ่ายที่เปื้อนซอสหวาน “กินเลอะเทอะเป็นเด็ก”

อีกฝ่ายกลอกตากับคำดุที่ไม่จริงจังนั้น ลิ้นชื้นแลบเลียตามจุดที่นิ้วเขาเพิ่งสัมผัสก่อนพึมพำ “บ่นเป็นแม่” และเดินปร๋อออกจากห้องไป คุโรโอะมองตามพร้อมส่ายศีรษะ เมื่อเห็นอีกฝ่ายลับตาไปแล้วก็กลับมาจ้องที่นิ้วของตัวเองและถอนหายใจเบาๆ ดวงตาเสมองผ่านกระจกหน้าต่างบานใสและพบว่าปรอยฝนได้หยุดลงแล้วโดยไม่ทันสังเกตหากปุยเมฆอ้วนสีเทายังคงมีลอยผ่านให้ได้เห็น เขาเลื่อนสายตากลับมามองนิ้วตัวเองอีกครั้งและก้มลงเลียคราบซอสออก รสชาติหวานหอมของเนยและซินนาม่อนแผ่ไปทั่วปากอย่างที่ไม่ได้รู้สึกแม้แต่น้อยเมื่อครู่นี้

เขากดเก็บความรู้สึกที่อยากลองลิ้มชิมริมฝีปากบางคู่นั้นไว้ให้ลึกที่สุดก่อนลุกตามเจ้าของห้องไป

 

 

 

End

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s